รู้จักบอร์ดเกม Stew เกมปาร์ตี้ไซส์พกพา พร้อมวิธีเล่นและกติกาเบื้องต้น

บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับบอร์ดเกม Stew เกมปาร์ตี้ขนาดเล็กที่พกใส่กระเป๋าได้สบาย แต่เนื้อในเน้นการวางแผน การคาดเดา และการอ่านใจผู้เล่นคนอื่นอย่างเต็มที่ ตั้งแตั้งแตุ่ปกรณ์ในกล่อง จำนวนผู้เล่น วิธีเซ็ตอัพ วิธีเล่นสำหรับมือใหม่ กติกาในแต่ละรอบ การเก็บคะแนน ไปจนถึงเทคนิคที่ช่วยให้เล่นได้เปรียบขึ้น

Table of Contents

รู้จักบอร์ดเกม Stew

อ้างอิง: Tower Tactic Games

Stew เป็นเกมการ์ดขนาดเล็กในกลุ่มที่เรียกว่า “wallet game” คือทั้งเกมมีการ์ดเพียง 18 ใบ และเก็บอยู่ในซองหนังใบเล็ก ออกแบบและวาดภาพโดย Jason Glover จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ Button Shy ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเกมการ์ดจำนวนน้อยใบแต่มีชั้นเชิงเยอะ

ธีมของเกมเรียบง่ายและเข้าใจได้ทันที ผู้เล่นสวมบทเป็นชาวไร่ที่กำลังช่วยกันปรุงสตูหนึ่งหม้อ ปัญหาคือหม้อนี้จะมีคนได้กินเพียงคนเดียว และรอบ ๆ หม้อยังมีสัตว์กวนเมืองมานั่งรออยู่

ทุกคนจึงต้องเลือกระหว่างใส่วัตถุดิบลงหม้อเพื่อเพิ่มคะแนน หรือเอาวัตถุดิบไปป้อนสัตว์เพื่อกันไม่ให้มันมาขโมยของในหม้อตอนเปิดนับคะแนน

เหมาะกับใคร

ถ้าชอบเกมที่อธิบายกติกาจบในสองนาที เล่นจบไว และเหมาะเอาไปเล่นตามร้านกาแฟหรือระหว่างรอเพื่อน Stew ตอบโจทย์มาก แต่ถ้าชอบเกมที่มีบอร์ด มีทรัพยากรหลายชั้น และใช้เวลาเป็นชั่วโมง เกมนี้จะรู้สึกเล็กเกินไป

อุปกรณ์ภายในกล่องและหน้าที่ของแต่ละชิ้น

การ์ดทั้ง 18 ใบแบ่งออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน คือ การ์ดสัตว์กวนเมือง (Vermin) 6 ใบ และ การ์ดวัตถุดิบ (Ingredients) 12 ใบ

การ์ดวัตถุดิบ 12 ใบ

  • มันฝรั่ง (Potato) 4 ใบ — วัตถุดิบพื้นฐาน ใบละ 1 คะแนน
  • แครอท (Carrot) 2 ใบ — ใบละ 2 คะแนน
  • ต้นหอมใหญ่ / ลีก (Leek) 2 ใบ — ใบละ 3 คะแนน
  • กระเทียม (Garlic) 2 ใบ — ใบละ 3 คะแนน แต่ถ้ามีกระเทียมในหม้อ 2 ใบ คะแนนกระเทียมจะกลายเป็น 0 คะแนนทันที
  • ไก่ (Chicken) 1 ใบ — วัตถุดิบชิ้นเอกที่ให้สูงถึง 5 คะแนน
  • ก้อนหิน (Stone) 1 ใบ — วัตถุดิบขยะ มีค่า 0 คะแนน เอาไว้ใส่เพื่อถ่วง/ขัดขวางคะแนนในหม้อ หรือเอาไปป้อนสัตว์

อ้างอิง: Wooden Tree Games

การ์ดสัตว์กวนเมือง 6 ใบ

สัตว์ทั้งหกจะวางหงายอยู่ข้างหม้อตลอดรอบ แต่ละตัวมีของที่มันจะขโมยไม่เหมือนกัน ได้แก่ แรคคูน (Raccoon), กระต่าย (Rabbit), โกเฟอร์ (Gopher), หมูป่า (Boar), จิ้งจอก (Fox) และคนจรจัด (Vagabond)

หน้าที่ของการ์ดกลุ่มนี้คือเป็นภัยคุกคามที่ค้างอยู่บนโต๊ะ ตัวไหนที่ไม่มีใครเอาการ์ดไปป้อนอาหารให้ก่อนจบรอบ มันจะเข้ามาหยิบของออกจากหม้อตอนนับคะแนน

จำนวนผู้เล่นและระยะเวลาในการเล่น

Stew รองรับ ผู้เล่น 2–4 คน แนะนำอายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป และใช้เวลาเล่นสั้นมาก หนึ่งรอบ (round) จบได้ในราว 5 นาที ส่วนการเล่นครบเกมจนมีผู้ชนะมักใช้เวลาราว 10–15 นาที

ความต่างระหว่าง 2 คนกับ 3–4 คน

ที่ 2 คน เกมจะกลายเป็นการอ่านใจกันแบบตัวต่อตัว เพราะคุณเห็นทุกการตัดสินใจของคู่แข่งและคำนวณย้อนได้แม่นกว่า ส่วนที่ 3–4 คน ข้อมูลจะกระจายและคลาดเคลื่อนมากขึ้น เกมจึงโกลาหลและมีจังหวะแย่งกันประกาศจบรอบชัดเจนกว่า

วิธีเซ็ตอัพเกม Stew ก่อนเริ่มเล่น

การเซ็ตอัพเป็นจุดที่เกมนี้ทำได้ดีที่สุด เพราะใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาที

  1. แยกการ์ดสัตว์กวนเมือง 6 ใบออกมา วางหงายเรียงเป็นแถวกลางโต๊ะให้ทุกคนเห็นชัด
  2. นำการ์ดวัตถุดิบ 12 ใบที่เหลือมาสับรวมกัน แล้ววางคว่ำเป็นกองจับ
  3. เว้นพื้นที่ว่างไว้หนึ่งจุดสำหรับเป็น “หม้อสตู” (Stew Pot) ซึ่งจะเป็นกองการ์ดคว่ำหน้าที่ค่อย ๆ โตขึ้น
  4. เลือกผู้เล่นเริ่มต้น แล้วเล่นวนตามเข็มนาฬิกา

วิธีเล่น Stew สำหรับมือใหม่

อ้างอิง: Tower Tactic Games

ในเทิร์นของตัวเอง ผู้เล่นทำเพียงสองขั้นตอน คือ จับการ์ด 1 ใบจากกอง แล้วเลือกที่ทางให้มัน โดยห้ามให้คนอื่นเห็นว่าเป็นการ์ดอะไร

สองทางเลือกในแต่ละเทิร์น คือ

  • ใส่ลงหม้อ — วางการ์ดคว่ำหน้าลงในกองหม้อสตู การ์ดใบนั้นจะถูกนับคะแนนตอนจบรอบ
  • ป้อนสัตว์ — วางการ์ดคว่ำหน้าลงบนการ์ดสัตว์ตัวใดตัวหนึ่ง เพื่อทำให้มัน “อิ่ม” และไม่ขโมยของจากหม้อ แลกกับการที่วัตถุดิบใบนั้นหายไปจากคะแนนรวม

ความน่าปวดหัวอยู่ตรงนี้ ทุกครั้งที่คุณป้อนสัตว์ คุณกำลังปกป้องหม้อแต่ก็ทำให้หม้อโตช้าลง และเพราะการ์ดถูกวางคว่ำ คนอื่นจะไม่รู้ว่าคุณเพิ่งทิ้งก้อนหินให้สัตว์กิน หรือเพิ่งเสียสละไก่ตัวเดียวของเกมไปเปล่า ๆ

กติกาพื้นฐานและการคิดคะแนนในแต่ละรอบ

กติกาพื้นฐานและการคิดคะแนนในแต่ละรอบ ดังนี้

การประกาศ “Stew!”

เมื่อถึงเทิร์นของใครก็ตาม หลังจับการ์ดขึ้นมาแล้ว ผู้เล่นคนนั้นสามารถเลือกตะโกนประกาศ “Stew!” แทนการเล่นการ์ดได้ (หรือหากกองการ์ดหมดแล้วยังไม่มีใครประกาศ ทุกคนจะบังคับเปิดหม้อ) คนที่ประกาศจะเป็นคนเปิดหม้อเพื่อตรวจสอบคะแนนสตู

สัตว์ตัวไหนขโมยอะไร

ก่อนนับคะแนน สัตว์ตัวที่ยังไม่ถูกป้อนจะเข้ามาขโมยของในหม้อดังนี้:

  • แรคคูน — เอามันฝรั่งทั้งหมดออกจากหม้อ
  • กระต่าย — เอาแครอททั้งหมดออก
  • โกเฟอร์ — เอาลีกทั้งหมดออก
  • หมูป่า — เอากระเทียมทั้งหมดออก
  • จิ้งจอก — เอาไก่ออก
  • คนจรจัด — ขโมยวัตถุดิบทุกชนิดที่มีอยู่เพียงชิ้นเดียว (Singletons) ในหม้อออกไปกิน (ยกเว้นก้อนหิน)

สตูที่ดีกับสตูที่พัง (เกณฑ์ 11 คะแนน)

  • สตูสำเร็จ (11 คะแนนขึ้นไป): หากนับคะแนนวัตถุดิบที่เหลือในหม้อหลังหักสัตว์ขโมยแล้วได้ 11 คะแนนขึ้นไป ถือว่าผู้ประกาศทำสตูสำเร็จ! ผู้ประกาศจะได้ โทเคนชามสตู (Bowl Token) 1 ชาม
  • สตูพัง (น้อยกว่า 11 คะแนน): หากได้คะแนนไม่ถึง 11 คะแนน ถือว่าผู้ประกาศพลาด! ผู้เล่นคนอื่นทุกคนจะได้รับโทเคนชามสตูคนละ 1 ชาม ส่วนผู้ประกาศไม่ได้อะไรเลย

เงื่อนไขการชนะเกม

เล่นซ้ำเป็นรอบ ๆ โดยสับการ์ดวัตถุดิบใหม่ทุกครั้ง ผู้เล่นที่สะสมชามสตูได้ครบตามกำหนดก่อนจะเป็นผู้ชนะ:

  • เล่น 2–3 คน: ใครได้ 3 ชามสตู ก่อนเป็นผู้ชนะ
  • เล่น 4 คน: ใครได้ 2 ชามสตู ก่อนเป็นผู้ชนะ

เทคนิคเล่น Stew ให้ได้เปรียบ

อ้างอิง: One Board Family

เทคนิคเล่น Stew ให้ได้เปรียบ เช่น

นับการ์ดที่ผ่านไปแล้ว

กองมีแค่ 12 ใบและองค์ประกอบตายตัว ทุกใบที่คุณเห็นในมือตัวเองคือข้อมูลที่คู่แข่งไม่มี ถ้าคุณเป็นคนใส่ไก่ลงหม้อ คุณคือคนเดียวที่รู้แน่ว่าจิ้งจอกกำลังเป็นภัย และรู้ว่าเพดานคะแนนของรอบนี้อยู่ประมาณไหน

อ่านพฤติกรรม ไม่ใช่แค่การ์ด

คนที่รีบป้อนสัตว์ทันทีในเทิร์นแรก ๆ มักจับได้ก้อนหินหรือกระเทียมใบที่สอง ในทางกลับกัน คนที่ลงหม้อติดกันหลายเทิร์นแล้วเริ่มลังเล มักกำลังคิดว่าหม้อใกล้ถึง 11 คะแนนแล้ว จังหวะนั้นคือสัญญาณว่าคุณอาจต้องชิงประกาศก่อน

อย่ากลัวการปล่อยให้คนอื่นประกาศพลาด

เพราะการประกาศพลาดแจกคะแนน/ชามสตูให้ทุกคนที่ไม่ได้ประกาศ การนิ่งเฉยจึงเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง ถ้าคุณมั่นใจว่าหม้อยังไม่ถึงเกณฑ์ ปล่อยให้คนใจร้อนเปิดหม้อไปเลย

ใช้การวางคว่ำเป็นเครื่องมือบลัฟ

คุณสามารถทำท่าลังเลนาน ๆ ก่อนใส่ก้อนหินลงหม้อ เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าคุณเพิ่งใส่ของดี แล้วเร่งประกาศเร็วเกินไป

จัดการกระเทียมใบที่สอง

กระเทียมใบแรกให้ 3 คะแนน แต่ถ้าใส่ใบที่สองลงหม้อ กระเทียมทั้งคู่จะกลายเป็น 0 คะแนนทันที ถ้าคุณจับได้กระเทียมใบที่สอง การนำไปป้อนหมูป่าหรือสัตว์ตัวอื่นจะคุ้มค่ากว่ามาก

สรุป

Stew คือตัวอย่างที่ดีของเกมการ์ด 18 ใบที่ให้การตัดสินใจหนักแน่นเกินขนาดตัว กติกาแกนกลางมีแค่ “จับหนึ่งใบ แล้วเลือกว่าจะใส่หม้อหรือป้อนสัตว์” แต่เพราะการ์ดวางคว่ำและเกณฑ์ 11 คะแนนบังคับให้ทุกคนต้องเดาสถานะของหม้อจากพฤติกรรมคนอื่น เกมจึงเต็มไปด้วยจังหวะลุ้นและการหลอกกันตลอดเวลา